เนื้อหาของข้อสอบ PAT 7.1 ภาษาฝรั่งเศส จะมี 100 ข้อ (300 คะแนน)

1. คำศัพท์-สำนวน (10-15 ข้อ)

ตรงส่วนนี้ขึ้นอยู่กับคลังคำศัพท์ของแต่ละคนที่มีอยู่ครับ แต่พี่ขอแนะนำให้น้องรู้จักแบ่งหมวดหมู่ให้กับคำศัพท์ เช่น กีฬาก็จะแบ่งเป็นหลายหมวด กีฬาทางน้ำ กีฬาบนภูเขา นอกจากนี้ควรใช้คำศัพท์ให้ถูกต้องตามความหมายจริงๆ ด้วยครับ ไม่ใช่ท่องจำเพียงอย่างเดียวเพราะเวลาข้อสอบออกมา จะเป็นประโยคหรือจับคู่ คำเหมือนหรือคำตรงข้าม

ตัวอย่างเช่น

Quel sport ne peut-on pas pratiquer à la montagne ? (มีนา 54)

  1. Le ski
  2. L'escalade
  3. La randonnée
  4. 4. La planche à voile

ข้อนี้ต้องตอบข้อ 4 ครับเพราะคำถามคือ “กีฬาดีที่เราไม่สามารถเล่นได้บนภูเขา” ข้อ 1 คือ สกี ข้อ 2 คือปีนเขา ข้อ 3 คือเดินทางไกล ส่วนข้อ 4 หมายถึง วินด์เซิร์ฟ

Charles a été renvoyé de son école. Et maintenant, il va devoir étudier ______.  (มีนา 53)

  1. par cœur
  2. par hasard
  3. par la poste
  4. par correspondance.

ข้อนี้ต้องตอบข้อ 4 ครับเพราะโจทย์ถามว่า “ชาร์ลถูกไล่ออกจากโรงเรียน และตอนนี้เขาจะต้องเรียน….” ข้อ 1 คือ ด้วยหัวใจ ที่จริงคำนี้ก็มีสำนวนครับ apprendre quelque chose par coeur หมายถึง จำได้ขึ้นใจ (เหมือนภาษาอังกฤษ learn something by heart) ข้อ 2 par hasard หมายถึง โดยบังเอิญ ข้อ 3 เกือบถูก หมายถึง ทางไปรษณีย์ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับ V. envoyer แต่ที่ถูกจริงๆ คือ ข้อ 4 เพราะแปลว่า ผ่านจดหมาย ซึ่งตรงนี้เหมาะสมที่สุดเพราะ V. étudier par correspondance หมายถึง ศึกษาทางไปรษณีย์

หรือจะเป็นสำนวนแบบนี้

La grève a duré trois jours. Le troisième jour, les travailleurs et la direction de l'usine sont parvenus à un compromis : les salaires ne seront pas augmentés mais les primes seront plus importantes.

 

Quelle expression convient le mieux à cette situation ?

  1. Diviser la poire à deux.
  2. Couper la poire en deux.
  3. Partager la poire à deux.
  4. Répartir la poire ensemble.

โจทย์แปลว่า “การประท้วงกินเวลา 3 วัน พอวันที่ 3 ลูกจ้างและผู้บริหารโรงงานได้ประนีประนอมกันว่า ให้เงินเดินไม่เพิ่มขึ้นแต่เพิ่มโบนัส”

ตรงนี้ต้องตอบ Couper la poire en deux ครับ ถ้าแปลตรงตัวแล้วหมายถึง ตัดลูกแพรออกเป็น 2 ซีกเท่ากัน (แบ่งกันกินเท่าๆ กัน) จะมีความหมายเหมือนโจทย์ที่ให้มานั่นก็คือ “ประนีประนอม”

 

2. ไวยากรณ์และโครงสร้าง (15-25 ข้อ)

แกรมม่าร์พี่คิดว่าไม่ยากนะครับ ถ้าน้องเตรียมตัวดูมาทุกเรื่องที่เรียนมาจากม. ปลาย ตรงนี้พี่ได้รวบรวมเนื้อหาที่แกรมม่าร์ออกประจำเวียนกันทุกปีมาแล้ว ที่มาใหม่ก็จะออกเป็น erreur หาข้อผิดครับ

 

Viviane : « J'ai lu dans un journal que la situation économique va se dégrader. »

 Lucie : « Oh, je ne crois pas tout ______ disent les journaux. »

  1. ce que
  2. ce qui
  3. ce dont
  4. ce à quoi

ข้อนี้วัดเรื่อง Les pronoms relatifs โดยต้องดูโครงสร้าง disent les journaux ที่มีการสลับตำแหน่ง (inversion) ระหว่าง S+V โดยที่ les journaux เป็นประธานและ disent เป็นกริยา ซึ่งขาดแต่เพียงกรรม จึงต้องตอบ ce que (V.dire เป็นกริยาที่ต้องการกรรมตรง)

ce qui ตอบไม่ได้เพราะ ce qui+กริยา

ce dont ตอบไม่ได้เช่นกันเพราะต้องการโครงสร้างที่ต้องมีบุพบท “de”

ce à quoi ตอบไม่ได้ถึงแม้ว่าจะมีโครงสร้างที่ตามมาคล้ายกันคือ S+V แต่กริยาตรงนี้ต้องการบุพบท à

 

3. บทสนทนา ( 10-15 ข้อ)

ส่วนนี้น้องๆ ต้องรู้มารยาทในการพูด สำนวนที่ใช้บ่อยๆ ตัวอย่างเช่น

Joëlle : "J'ai un cadeau de Thaïlande pour toi."

Josiane : "Merci. C'est très gentil mais ..................................."

  1. c'est agaçant
  2. il ne fallait pas
  3. tu ne dois pas
  4. c’est un cadeau pour moi 

โจแอลพูดว่า “ฉันมีของขวัญจากประเทศมาฝากเธอด้วย” โจซิอานบอกว่า “ขอบคุณจ้ะ เธอใจดีมากแต่…..”

ตามธรรมเนียมแล้วเมื่อเวลามีคนให้ของขวัญ ควรพูดว่า il ne fallait pas ครับ หมายถึง ไม่จำเป็นต้องซื้อให้หรอกนะ เป็นการแสดงความเกรงใจครับ ข้อ 1 แปลว่า “นี่เป็นเรื่องกวนใจ” 3.หมายถึง “เธอจะทำหรือไม่ทำก็ได้” 4.นี่เป็นของขวัญสำหรับฉัน

จะเห็นได้ว่านอกจากเรื่องคำศัพท์และสำนวนแล้ว ต้องคำนึงถึงมารยาททางสังคมด้วย

 

4. การฝึกอ่านบทความและการจับใจความ (50-60 ข้อ)

ตรงนี้ขึ้นอยู่กับบุญเก่าคลังคำศัพท์และการจับใจความของแต่ละคนแล้วครับ คำถามก็จะมีหมดไม่ว่าจะเป็น “ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง” “ข้อใดต่อไปนี้ผิด” หรือจะวัดความรู้ศัพท์ด้วยการถามว่า ข้อใดเป็นคำเหมือนหรือข้อใดเป็นคำตรงข้าม

 

5.การเชื่อมโยงเหตุผลโดยใช้คำเชื่อมและการเรียงประโยค (10-20 ข้อ)

เริ่มต้นต้องดูความแตกต่างระหว่างสันธานและบุพบทก่อน (สันธานหรือ conjonction ต้องตามมาด้วยประโยคแต่ถ้า บุพบทหรือ preposition ต้องตามมาด้วยคำนามครับ) เชื่อมโยงเหตุผลให้ได้และรู้จักสังเกตว่าประโยคแรกคงจะไม่แทนด้วยสรรพนามที่อ้างถึงบุคคลที่สามแน่นอน ยกเว้น Je, vous, nous ครับ

 

6.การอ่านออกเสียง (2-3 ข้อ)

พาร์ทนี้ต้องรู้จักสังเกตอีกแล้วครับ แต่แนะนำให้ไปอ่านคำที่มี “in” “im” “-um” “”en” ให้ดีๆ ครับ ออกวนๆ กันอยู่เท่านี้ ดูการทำ liaison หรือการเชื่อมเสียงว่าเสียงแบบไหนแล้วเป็นเสียง “z” หรือ “s” เช่น Maison ตัว s อยู่ตรงกลางระหว่างสระ จึงต้องออกเสียง “z” ซึ่งเป็นเสียงก้อง ถ้าในระดับประโยค คำว่า “et” ห้ามเชื่อมเสียงเด็ดขาด

 

7.วัฒนธรรมฝรั่งเศสและเหตุการณ์ในปัจจุบัน (2-3 ข้อ)

ตรงนี้ครอบจักรวาล ไม่รู้จะขุดตรงไหนมาออก พี่แนะนำว่าให้อ่านไปอย่างชิวๆ ครับเพราะออก 2-3 ข้อ ไม่ได้หมายความให้ทิ้งนะครับแต่อ่านให้กว้างๆ เข้าไว้นะครับ ที่ต้องจำแน่ๆ คือแต่ละแคว้นมีอะไรบ้าง เช่น Napoleon เกิดที่ไหน แต่ละเมืองมีอะไรเด็ดๆ บ้าง เหตุการณ์ปัจจุบันก็ควรติดตามบ้าง แต่ละเดือนมีเทศกาลอะไรแล้วจัดที่ไหน คำย่อเช่น EDF HLM ก็ต้องรู้ครับ รวมถึงภูมิศาสตร์และสัญลักษณ์ของฝรั่งเศสด้วย