เทคนิคฟิตพิชิต PAT 7.1 (ความถนัดภาษาฝรั่งเศส) ให้ได้ 291/300 ของพี่แดช

อัพเดตล่าสุด: 3 Apr 2018, 21:31

< Back

สวัสดีครับน้อง ๆ ทุกคน วันนี้พี่จะมาคุยกับพี่แดช ธนวรรษที่สอบ PAT 7.1 ได้คะแนน 291/300 แถมยังเคยสอบ PRETCAS' 61 ได้ที่ 1 ของประเทศด้วยเช่นกัน เรามาดูกันว่าพี่แดชใช้เทคนิคและเตรียมตัวอย่างไรให้ได้คะแนนเยอะ ๆ ครับ ทั้ง ๆ ที่พี่แดชไม่ได้เรียนศิลป์-ฝรั่งเศสมาด้วยครับ

 

สวัสดีครับ ธนวรรษ เวชพันธ์นะครับ ชื่อเล่นชื่อโชคนะครับ แต่ชื่อเก๋ๆว่าแดชครับ จบการศึกษาชั้นม.6 จากโรงเรียนโยธินบูรณะครับ

สำหรับ PAT7.1 หลักๆก็จะประกอบด้วย คำศัพท์&สำนวน, แกรมมาร์, การอ่าน, บทสนทนา, วัฒนธรรม นะครับ ซึ่งจะขออธิบายทีละส่วนเลยครับ /เปิดวาร์ป

คำศัพท์ & สำนวน : อันนี้เป็นพาร์ทที่ผมให้ความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆเลย เพราะว่าคำศัพท์เป็นสิ่งที่ช่วยได้เกือบทุกอย่างในการสอบ ยิ่งเรารู้คำศัพท์เยอะยิ่งได้เปรียบ เพราะนอกจากจะทำพาร์ทที่เป็นคำศัพท์ตรงๆได้แล้ว มันยังช่วยเดาสำนวนแปลกๆได้ในกรณีที่ไม่รู้ และ ช่วยในการทำ reading และ conver ด้วย สำหรับการเตรียมตัวอันดับแรกของผทคือตั้งใจเรียนของพี่เก้าครับ เพราะว่าไม่ได้เรียนฝรั่งเศสในห้องเรียน เลยต้องตั้งใจเก็บให้เต็มที่ ตอนพี่เก้าสอนอะไรก็พยายามจดให้หมด และจำให้ได้ภายในห้องเรียนเลย ทีนี้พอถึงบ้านก็ทบทวนครับ จากนั้นผมก็พยายามจดศัพท์แยกลงสมุดของตัวเอง ซึ่งวิธีที่ชอบทำคือจดเป็นหมวดหมู่ จัดกลุ่ม โดยหาคำที่ตัวเองไม่รู้มาเพิ่มด้วย โดยเฉพาะจากหนังสือรวมคำศัพท์ของพี่เก้า คือถ้าเราเห็นพวกมันอยู่ด้วยกัน มันจะช่วยให้เรานึกออกว่าแต่ละคำมันหมายถึงอะไร และ โดยส่วนตัวคิดว่าการจำศัพท์ระยะยาวที่น่าจะได้ผลที่สุดคือวิธีการเข้าใจมันจริงๆเลย จับแต่งประโยคซะเลย แล้วจำเป็นประโยคไป แล้วทีนี้มันก็จะจำได้จริงๆ

 

 

   ส่วนอีกเทคนิคหนึ่งที่ทุกคนน่าจะทำคือการจดศัพท์ใน post-it แล้วแปะตามจุดต่างๆ อันนี้คิดว่าก็ได้ผลครับ เพราะเราจะคุ้นชิน แต่เทคนิคของผมคือเวลาเขียนศัพท์ใน post-it จะไม่เขียนความหมายภาษาไทยครับ แต่ละเขียนพวกคำที่มีความหมายเหมือนกัน หรือไม่ก็เขียนความหมายภาษาอังกฤษไปเลย เพราะมันเหมือนจะเป็นการบังคับให้เราจำคำศัพท์ให้ได้ด้วย แล้วถ้าเห็นบ่อยๆมันจะคุ้นตาครับ

 

ส่วนคำศัพท์เพิ่มเติมจากบทเรียนคือเน้นการทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นฝรั่งเศสครับเช่นการตั้งภาษาในโทรศัพท์เป็นภาษาฝรั่งเศส หรือว่าตั้งพวก social media ต่างเป็นฝรั่งเศส follow พวก account ฝรั่งเศสหรือข่าวต่างๆที่ตนเองสนใจ ส่วนอีกวิธีคือพยายามโยงภาษาฝรั่งเศสเข้ากับสิ่งที่ตัวเองชอบครับ เช่น ผมเวลาดูหนัง/ซีรีส์ใน netflix จะปรับให้ account เราเป็นภาษาฝรั่งเศสแล้วมันจะสามารถเลือก subtitles ที่เป็นฝรั่งเศสได้ ทีนี้เวลาดูอะไรมันก็จะเหมือนเห็นคำศัพท์ถูกเล่นซ้ำๆ จนสุดท้ายเราก็จะจำเข้าไปในหัวได้จริงๆแบบธรรมชาติเลย และพอมีคำศัพท์ใหม่ๆแปลกๆมาก็หาเพิ่มได้ครับ สุดท้ายก็อยากแนะนำให้ฝึกอ่านจากของจริงไปเลยครับ ถ้าใครชอบฟังเพลงอยากแนะนำให้ลองหาเนื้อเพลงอังกฤษที่ตัวเองชอบในเวอร์ชั่นแปลเป็นฝรั่งเศสดู หรือจะฟังเพลงฝรั่งเศสไปเลย เปิด paroles (lyrics) ดูด้วยนะ ผมลองทำละรู้สึกว่าได้ผลมาก ได้คำศัพท์เพิ่มเติมเยอะมากๆ แล้วมันจำได้เลยเพราะเราอินกับมัน แถมยังได้พวกโครงสร้างอีกต่างหาก

 

 

  • ไวยากรณ์ (grammaire) : อันนี้ก็เป็นพาร์ทที่สำคัญมากอีกพาร์ทหนึ่งครับเพราะเป็นพาร์ทที่มีคะแนนเยอะมาก แถมเนื้อหาก็เยอะ การเตรียมตัวนั้นคือการอัดให้ตัวเองแน่นไปเลยในชั้นเรียนกับพี่เก้า ถ้าจำได้มันจะจำได้ยาวๆเลย เพราะมันเป็นส่วนสำคัญของภาษา อีกตัวช่วยที่ผมใช้ในการช่วยทำไวยากรณ์คือการ 'ทำแบบฝึกหัด' ครับผม แบบฝึกหัดจากข้อสอบเก่าๆย้อนหลังนั้นคือสิ่งสำคัญที่สุด หรือว่าจะเป็นพวก quiz ในเน็ต อันนี้ก็มีประโยชน์มาก แล้วเวลาทำข้อสอบเก่าๆพยายามแยกให้ออกว่าแต่ละเรื่องมันคือเรื่องอะไรละเมื่อทำเสร็จก็ลอง check ดูว่าพาร์ทที่เราด้อยคือเรื่องไหนกันแน่ ถ้ารู้ตัวแล้วก็ไปพัฒนาเรื่องนั้นอีกเยอะๆๆๆครับจนจำได้  ต่อมาในส่วนของสิ่งที่ต้องจำ เช่น โครงสร้าง verbe จะเป็น  à qqn, หรือ qqn เฉยๆ หรือว่าจะเป็น à faire, de faire, หรือ faire ไปเลย อันนี้แนะนำให้ท่องจำเวลาว่างครับ ปกติผมชอบอ่านเวลากลับบ้าน นั่งบนรถไฟฟ้าอะไรงี้ครับ ถ้าเป็นโครงสร้างที่สับสนแล้วจำไม่ได้จริงๆพยายามแต่งประโยคดูครับ จะช่วยได้มากกว่า อีกตัวอย่างที่อย่างแนะนำคืออยากให้ลอง  app ที่ชื่อว่า reverso ครับ ๕ฮถ้าเราไม่มั่นใจไวยากรณ์ตัวไหน หรือโครงสร้างอะไร หรือว่างมากเลยนึกถึง ก็ลองพิมพ์ไปเล่นๆดู แล้วมันจะหาผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงให้ ทีนี้พอเราเห็นตัวอย่างประโยคแล้วก็จะจำได้ครับ สุดท้ายอยากแนะนำให้ลองทำ shortnote สรุป โดยเฉพาะ พวกตัวที่มันสับสนต่างๆ เช่น จะใช้เป็น tellement, tant, si หรือว่าจะเป็นพวก  aussi, autant ที่ใช้ต่างกัน ก็ลองทำแบบที่ตัวเองอ่านเข้าใจง่ายๆครับจะได้ไม่ต้องเปิดหนังสือบ่อยๆ แล้วก็ต้องทบทวนนะ!

 

 

  • การอ่าน/สนทนา/วัฒนะธรรม : สำหรับพาร์ทที่เหลืออยากบอกเลยว่าต้องมีพื้นฐานของคำศัพท์และไวยากรณ์ที่ดีครับ สำหรับผมผมเลือกการ ทำโจทย์ บ่อยๆครับให้คุ้นชินกับภาษาไป อย่างบทสนทนา เวลาทำก็พยายามคิดว่าถ้าเราเป็นคนฝรั่งเศส เราจะตอบหรือถามว่าอะไร ซึ่งการทำโจทย์บ่อยๆหรือการเอาตัวเองให้ใกล้ชิดกับภาษาเช่นการอ่าน หรือการดูหนัง/ซีรีส์นี่จะช่วยได้แน่นอน แล้วก็อย่าลืมท่องศัพท์ เพราะถ้าเราแปลช้อยส์ออกไม่หมดนี่อาจจะยากหน่อยเพราะไม่รู้จะตอบอะไร 5555 ส่วนเรื่องการอ่านก็อยากแนะนำให้ทำแบบฝึกหัดเยอะๆครับ โดยเฉพาะในห้องเรียนของพี่เก้า reading แต่ละเรื่องที่เอามาให้บอกเลยว่ายากสมจริง(หรืออาจจะยากกว่า) ช่วยได้มากถึงมากที่สุด  เพราะยิ่ง reading ยากๆแล้ว เราจะฝึกการวิเคราะห์ การคิดคำตอบไปในตัว (แถมได้คำศัพท์ด้วย!) แล้วคือเทคนิคการ reading ของพี่เก้าบอกเลยว่าแพรวพราวมาก เอาจริงๆคือบอกเลยว่าแต่ก่อนเราไม่ค่อยแม่น reading เท่าไหร่เพราะปกติชอบคิดอะไรประหลาดๆ แต่พอมาเรียนกับพี่เก้าแล้วมันเหมือนช่วยขัดเกลาความคิดเรามากขึ้น ซึ่งทั้งนี้มันจะเป็นประโยชน์มากครับแม้กระทั่งกับการอ่านภาษาอื่น เช่นไทยหรืออังกฤษก็ตาม ส่วนพาร์ทวัฒนธรรมแนะนำให้อ่านเยอะๆครับ แต่ไม่อยากให้จริงจังมากขนาดนั้น แต่ถ้าไหวก็ลุยเลย 555 จำเท่าที่จำได้ จำไม่ได้ก็จดเอาไว้ให้พอเห็นผ่านๆแล้วพอก่อนสอบก็มาดูผ่านๆก็เป็นพอครับ

 

  • สำหรับอนาคตผมอยากเข้าภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ เพราะชอบที่คณะมีความประยุกต์ทักษะและความรู้หลายๆอย่างเข้าด้วยกัน สอนให้เราคิดเป็นระบบ วิเคราะห์เป็นระบบ ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าเป็นพื้นฐานของการทำงานที่ดีครับ สำหรับอาชีพในอนาคตคือถ้าเรียน IR อย่างน้อยก็มีฝันว่าจะเป็นนักการทูตที่กระทรวงการต่างประเทศอยู่แล้วเนอะ แต่ตอนนี้ก็พยายามมองสายงานให้กว้างๆครับ เช่น ก็มีความสนใจงานสายวิชาการ สายแนว specialist โดยเฉพาะตอนนี้สนใจ เรื่อง international development มากพิเศษ 5555 และถ้าเป็นไปได้อยากทำร่วมกับพวกองค์การระหว่างประเทศต่างๆครับ เช่นพวก UNESCO, UNESCAP เป็นต้นครับ

สุดท้ายอยากฝากว่า อยากให้รู้ตัวเองแต่เนิ่นๆเลยครับว่าจะเรียนอะไร แล้วตั้งโกลไปเลย! ทีนี้ก็ไปดูว่าคณะของเราที่ต้องการใช้อะไรอะไรบ้าง จากนั้นก็ลองประเมินศักยภาพตัวเองครับว่าอยู่ในระดับไหน ดีอะไร ด้อยอะไร ทีนี้ก็ถึงขั้นตอนที่ต้องพัฒนาครับ เตรียมอ่านหนังสือ เตรียมทบทวน เรียนพิเศษ เพราะถ้าเราเตรียมตัวเร็วเราจะมีโอกาสมาก แล้วก็อยากบอกว่าถ้ารู้ตัวแล้วตั้งเป้าคะแนนไปเลยครับ ศึกษาจากคะแนนสูงต่ำถ้าหาได้หาไปเลย 5-6 ปี แล้วลองดูว่าน่าจะได้ตามนั้นมั้ย จากนั้นตั้งเป้าคะแนนเอาให้เยอะๆไปเลยนะจริงๆ ทำได้ไม่ได้ไม่เป็นไร ทำให้เต็มที่ก็พอ แล้วก็อย่าเครียดมากครับ ไม่จำเป็นต้องอุดอู้อ่านหนังสืออย่างเดียว ลองศึกษาจากอะไรที่มัน passive บ้างเช่นการดูซีรีส์ ดูหนังซับอิ้งหรือซับฝรั่งเศสเพื่อเก็บศัพท์ อ่านนิตยสารเป็นต้น และสำหรับพี่คือที่สำคัญที่สุดคือการแบ่งเวลาให้ดีและการรู้ตัวเองว่าตัวเองนั้นคือใครและชอบอะไรครับ สุดท้ายนี้สู้ๆนะครับน้อง ถ้าตั้งใจจริงๆ ผลลัพธ์ออกมาดีแน่นอน คอนเฟิร์ม!