วิธีการเตรียมตัวสอบ PAT 7.1 ของพี่มิล เตรียมอุดมศึกษา (คะแนน PAT 7.1 300/300)

อัพเดตล่าสุด: 19 Apr 2019, 15:57

< Back

สวัสดีค่ะ ชื่อมิลนะคะ จบจากเตรียมอุดมศึกษารุ่นที่ 79 สายศิลป์-ฝรั่งเศสค่ะ IG: milliniummm

วันนี้ก็จะมาแชร์วิธีการเตรียมตัวสอบ Pat 7.1 ของเราให้ฟังกัน จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปกับคนอื่นมาก อาจจะเขียนซ้ำๆงงๆด้วย แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังต่อสู้อยู่กับPatนะคะ

 

ต้องขอเท้าความก่อนว่า เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS รุ่น55 ประเทศฝรั่งเศสค่ะ เราไปแลกเปลี่ยนตอนม.4 กลับมาเรียนต่อ ม.5 เลยไม่ได้ซ้ำชั้น ด้วยความที่ไปตอนม.4 ไปถึงแบบแทบไม่มีพื้นฐานภาษาฝรั่งเศสมาก่อน ก็เลยอยู่แบบงูๆปลาๆ เพราะคนฝรั่งเศสพูดอังกฤษได้น้อยมาก สุดท้ายมันก็ต้องดิ้นรนหาทางเรียนรู้ด้วยตัวเอง เราก็เลยเริ่มรู้จัก คุ้นชินกับภาษาฝรั่งเศสตั้งแต่ตอนนั้นมา แต่สิ่งที่ไปมาแล้วแทบไม่ได้กลับมาเลย คือแกรมม่า กลับมาถึงเพื่อนเรียนแกรมม่าไปถึงไหนๆแล้ว เราใช่เวลาอยู่พักใหญ่ในการcatch up กับที่เค้าเรียนกัน ส่วนใหญ่ก็จะลงเรียนพิเศษคอร์สแกรมม่ากันเพิ่มกัน เราก็โชคดีมากที่มีเพื่อนคอยอธิบายให้เวลาไม่เข้าใจ เรื่องแกรมม่านี่ขอแนะนำไว้เลย หลายหัวดีกว่าหัวเดียว เวลาช่วยๆกันติวมันได้ประโยชน์ทั้งคนสอนคนฟัง จะทำให้เข้าใจแจ่มแจ้งมากขึ้น ก็ต้องเก็บให้ได้มากๆโดยเฉพาะในห้องเรียน ให้เข้าใจให้ถ่องแถ้ ครอบคลุมทั้งหมด เวลางงต้องรีบถามเลยจริงๆเพราะไม่งั้นมันจะดองไว้ ละหลังๆมันจะเยอะมาก หมักหมมไปหมด พอยิ่งเรียนไปแบบไม่เข้าใจพื้นฐานมันจะคาราคาซังเข้าไปอีก อย่างเราปกติเราก็จะถามพี่เก้าหลังไมค์ตลอดเลยเวลาไม่เข้าใจ เค้าว่ากันว่าพาร์ทแกรมม่าเป็นพาร์ทที่ควรเก็บเอาคะแนนให้ได้มากที่สุดนะ เพราะมันออกวนลูปเดิมๆจริงๆ

 

เรามาเริ่มเตรียมตัวสำหรับแพทจริงๆก็ตอนประมาณม6เทอมแรกค่ะ ซึ่งพอมามองย้อนแล้วถ้าแนะนำได้ก็อยากให้เริ่มกันก่อนหน้านั้นนะ ช่วงหลังจะได้ไม่หนักมาก555 ปกติเวลาเราเรียนไม่ว่าจะในห้องเรียนหรือข้างนอกก็จะมีสมุดติดตัวเอาไว้จดทุกอย่างที่รับมาใหม่เหมือนทุกคน ส่วนตัวเราจดทุกอย่างทุกพาร์ทรวมกันไว้หมดเพราะรู้สึกว่าเวลาทวนจะได้ทวนทีเดียวเลย แล้วก็เขียนคำอธิบายให้ชัดเพราะกลัวตัวเองกลับมาอ่านใหม่แล้วงง ปกติเราต้องกลับมาทวนทุกครั้งเพราะรู้สึกว่าระหว่างเรียนมัวแต่โฟกัสจดให้ละเอียดจนมันไม่ได้จำ ไหลผ่านหัวออกไปทุกที ต้องอ่านซ้ำบ่อยๆถึงมันจะรู้สึกเยอะและเสียเวลา แต่ก็ช่วยได้จริงๆ อย่างที่เราทำคือสมมุติครั้งแรกจดปากกาน้ำเงินมา อ่านครั้งที่สองก็ขีดเส้นใต้ปากกาแดงอันที่ยังจำไม่ได้ไว้ ครั้งต่อไปก็อ่านแต่ที่ขีดเส้นใต้ไว้ ถ้ายังจำไม่ได้อีกก็ไฮไลท์ทับลงไป ครั้งถัดไปก็อ่านแค่ที่ไฮไลท์ไว้ หลังๆจะได้ไม่เยอะมาก เวลาจดแล้วเจอคำที่หน้าตาหรือความหมายคล้ายๆกันก็เอามาเขียนไว้ใกล้กันให้เห็นความแตกต่างเวลาอ่านทวน พอเจอในข้อสอบจะได้แยกออกไม่โดนหลอก  คำไหนที่ไม่ค่อยเข้าใจก็จดตัวอย่างประโยคไว้ดูด้วยจะได้รู้รูปแบบ ความหมาย วิธีการใช้ในประโยค ส่วนเวลาเราท่องศัพท์จะพยายามไม่มองสมุด ดูแต่คำ ปิดความหมายไว้ แล้วเงยหน้ามาเค้นความหมายเองให้เห็นคำลอยอยู่ในอ่ะหัวนึกออกไหม555 นอกจากแกรมม่าแล้วก็แค่เรื่องศัพท์นี่แหละเป็น key ที่สำคัญ ยิ่งรู้ศัพท์เยอะทุกอย่างจะง่ายขึ้นเป็นกอง แพสเสจก็จะอ่านรู้เรื่องมากขึ้น บางทีก็ช่วยเรื่องสำนวนได้ด้วย

 

ทำโจทย์เยอะๆ+ข้อสอบเก่าๆ ให้ชินกับโจทย์และให้รู้ว่าเราบกพร่องตรงไหน จะได้เน้นให้ถูกจุด ปกติเราทำทีเดียวจับเวลาเลย 3 ชม. จะได้รู้ศักยภาพจริงๆของเราว่าในห้องสอบจะทำทันมั้ย แบ่งเวลาได้รึเปล่า ศัพท์ในข้อสอบที่ไม่รู้ก็วงไว้ให้หมดแล้วมาหาเพิ่มเติม ข้อที่ผิดก็จดแยกไว้ให้รู้ว่าผิดตรงไหน เวลาเห็นใหม่จะได้ไม่ผิดอีก ถ้าใครที่รู้สึกว่าไม่ค่อยมีสมาธิเวลาทำข้อสอบ นั่งทำนานๆไม่ค่อยได้ ส่วนตัวเราชอบฟังเสียงธรรมชาตินะเวลาทำ เช่นพวกเสียงฝน อาจจะแปลกหน่อยแต่รู้สึกช่วยเรียกสมาธิได้ดี

 

เพิ่มเติมคืออย่างที่หลายๆคนบอก คือพยายามทำให้ภาษาฝรั่งเศสมาอยู่ในชีวิตประจำวันเราให้ได้ อาจจะเป็นพวกเปลี่ยนภาษาในโทรศัพท์ ดูหนัง ฟังเพลง อย่างเดี๋ยวนี้มีbloggerคนฝรั่งเศสเยอะมาก ภาษาที่เค้าใช้ก็จะเป็นภาษาในชีวิตประจำวัน จะช่วยเรื่องพาร์ท converได้ contentก็ไม่น่าเบื่อเหมือนพวกดูข่าว อ่านข่าวต่างๆ สามารถหาดูได้ง่ายด้วย

 

เอาจริงๆแล้วเรารู้สึกว่ายังไงทุกคนมีวิธีเตรียมตัวสอบของตัวเองไม่หมือนกันอยู่แล้ว เพราะปัจจัยต่างๆของแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีที่เวิร์คสำหรับคนนี้ก็อาจจะไม่เวิร์คสำหรับอีกคน เอาเป็นว่าขอให้ทุกคนลองหาวิธีที่เวิร์คสำหรับตัวเองนะคะ แล้วลองตั้งใจทำมันดู Pat 300/300  มันดูเยอะงงๆใช่มั้ย555 เราก็งงเหมือนกันว่ามาถึงจุดนี้ได้ไง แต่ก็เชื่อว่าทุกคนก็ทำได้เหมือนกัน สู้ๆค่า