ข้อสอบ PAT 7.1 ออกแกรมม่าร์เรื่องอะไรบ่อยๆ นะ?: Mode Conditionnel

อัพเดตล่าสุด: 14 Oct 2015, 08:27

< Back

                สิ้นเดือนตุลาคมนี้ การสอบ GAT/PAT รอบแรกของปีการศึกษา 2559 ก็จะมาถึงแล้ว น้องๆ พร้อมกันรึยังเอ่ย? ถ้ายังไงวันนี้เรามาพูดถึงส่วนนึงของพาร์ทแกรมม่าร์ที่เจอในข้อสอบแทบทุกรอบกันดีกว่า นั่นก็คือเรื่อง le conditionnel น้องๆ ที่ยังไม่เคยเรียนเรื่องนี้ไม่ต้องตกใจ รู้ตอนนี้ก็ยังทัน ลองอ่านดูทำความเข้าใจดูนะแล้วจะรู้ว่าไม่ยากเลย รูปแบบมันจะค่อนข้างตายตัว ถ้าเราจำรูปแบบได้ เข้าใจความหมายที่มันสื่อก็ถือว่าเป็นข้อเก็บคะแนนแบบชิวๆ เลยแหละ ส่วนใครที่รู้จักอยู่แล้วก็ถือว่าเป็นการทบทวนไปในตัวเนอะ  :)

                Mode conditionnel ที่เราจะเจอในข้อสอบเนี่ยเป็นรูปแบบที่เราใช้บอกความปรารถนา สมมติฐาน หรือผลที่จะเกิดตามมาจากเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง พอบอกเป็นทฤษฎีแบบนี้ดูงงๆ ใช่มั้ย พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือมันเป็นเหมือนเวลาเราพูดว่า “ถ้า...ก็จะ...” นั่นเองจ้า หรือถ้าเทียบกับในภาษาอังกฤษ (ที่น้องๆ น่าจะคุ้นเคยกว่า) การใช้งานของ mode conditionnel ก็จะเทียบได้กับ if-clause นั่นแหละ

                ในภาษาฝรั่งเศส การใช้รูป conditionnel จะมีอยู่ 2 temps คือ 1. conditionnel présent กับ 2. conditionnel passé

                1. Conditionnel présent

  • Terminaisons:

Je -rais

Tu -rais

Il/Elle -rait

Nous -rions

Vous -riez

Ils/Elles -raient

 

เป็นการนำตัว r จาก temps futur มาบวกกับ terminaisons ของ temps imparfait นะ

 

Exemples:

v.marcher

v.prendre

Je marcherais

Je prendrais

Tu marcherais

Tu prendrais

Il/Elle marcherait

Il/Elle prendrait

Nous marcherions

Nous prendrions

Vous marcheriez

Vous prendriez

Ils/Elles marcheraient

Ils/Elles prendraient

 

**ระวังสับสนกับ futur simple นะสำหรับประธาน je Ex. Je dirais > conditionnel présent แต่ถ้า Je dirai > futur simple**

  • Utilisation:

- ใช้บอกสิ่งที่เราไม่แน่ใจ

                Ex. Si je ne me trompe pas, le livre serait sur la table dans le salon. = ถ้าฉันจำไม่ผิดหนังสือนั้นน่าจะอยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น

- ใช้บอกสมมติฐาน

                Ex. À mon avis, elle serait en retard comme elle dors encore dans son lit. = ฉันว่านะ เธอคงสายแน่เพราะตอนนี้ยังหลับอยู่บนเตียงอยู่เลย

- ใช้บอกความต้องการ, ข้อเสนอแนะอย่างสุภาพ

Ex. Je voudrais un thé, s’il vous plait. = ผม/ดิฉันรบกวนขอชาหนึ่งแก้วครับ/ค่ะ

      Pourriez-vous épeler votre nom, s’il vous plaît? = กรุณาสะกดชื่อของคุณให้หน่อยได้ไหมครับ/คะ

- ใช้บอกอนาคตในอดีต

Ex. Ma copine m’a dit qu’elle irait au cinéma avec sa petite sœur ce soir. = เพื่อนฉันบอกฉันว่าจะไปดูหนังกับน้องสาวเย็นนี้

 

2. Conditionnel passé

  • Forme: auxiliaire être/avoir (ผันให้อยู่ในรูป conditionnel présent) + participe passé

Exemples:

v.aller

v.gagner

Je serais allé

J’aurais gagné

Tu serais allé

Tu aurais gagné

Il/Elle serait allé

Il/Elle aurait gagné

Nous serions allés

Nous aurions gagné

Vous seriez allé

Vous auriez gagné

Ils/Elles seraient allés

Ils/Elles auraient gagné

  • Utilisation:

- ใช้บอกสิ่งที่เป็นไปได้ว่าเกิดขึ้นในอดีต (เป็นสิ่งที่เราไม่แน่ใจ)

                Ex. Ses parents ne lui auraient pas permis de rentrer tard. = พ่อแม่เขาอาจจะไม่อนุญาตให้เขากลับดึก

- ใช้แสดงความเสียดายต่อเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต (ตรงข้ามกับความเป็นจริงในปัจจุบัน)

                Ex. J’aurais dû partir prendre le bus plus tôt. = ฉันน่าจะออกไปขึ้นรถเมล์เร็วกว่านี้

- ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าอีกเหตุการณ์ซึ่งอยู่ในรูป conditionnel présent

                Ex. Maman a dit qu’elle nous ferait un gateau dès qu’elle aurait fini le repassage. = แม่บอกว่าจะทำเค้กให้พวกเราพอแม่รีดผ้าเสร็จ

 

Condition avec -si

                ตอนนี้เราจะพูดถึงกันแค่รูปแบบพื้นฐานที่ต้องรู้ 3 แบบก่อนนะ เอาเฉพาะที่ต้องเอาไปใช้ทำข้อสอบ ที่จริงยังมีรูปแบบอื่นอีกนิดหน่อยที่ใช้ได้ซึ่งน้องๆจะได้เรียนเวลาเรียนลงรายละเอียดกว่านี้เองจ้า

1. Si __(indicatif présent)__, __(indicatif présent/futur simple/impératif)__.

    ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบัน

                Ex. Si tu veux savoir ce qui se passé, tu peux lui demander. = ถ้าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอถามเขาดูก็ได้

                      S’il fait beau cet après-midi, on partira se promener. = ถ้าตอนบ่ายอากาศดีเราจะไปเดินเล่นกัน

                      Dépêche-toi si vous ne veux pas rater le train! =  รีบหน่อยสิถ้าเธอไม่อยากตกรถไฟ

2. Si __(imparfait)__, __(conditionnel présent)__.

    conditionnel present เนี่ยจะมาคู่กับ imparfait โดยที่ประโยคเงื่อนไข (ประโยค si) จะใช้ imparfait และประโยคที่บอกสมมติฐานจะใช้ conditionnel présent

    รูปแบบนี้ใช้บอกสมมติฐานของเหตุการณ์เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งซึ่งตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน

                Ex. Si j’avais beaucoup d’argent, je pourrais faire le tour du monde. = ถ้าฉันมีเงินมากๆ ฉันก็จะสามารถไปเที่ยวรอบโลกได้ (ซึ่งก็หมายความว่า ณ ตอนนี้ไม่ได้มีเงินมาก)

3. Si __(plus-que-parfait)__, __(conditionnel passé)__.

    รูปแบบที่ 3 นี้จะใช้บอกสมมติฐานของเหตุการณ์เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งซึ่งตรงข้ามกับความจริงในอดีต

                Ex. Si nous avions écouté le professeur avec attention, nous aurions pu faire les devoirs. = ถ้าเราตั้งใจฟังครูให้ดี เราคงทำการบ้านได้ไปแล้ว (สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆในอดีตคือไม่ได้ตั้งใจฟัง เลยทำการบ้านไม่ได้ เป็นการแสดงความเสียดาย)

**เราจะไม่ใช้ Si + futur หรือ conditionnel นะ อย่าเผลอใช้ผิดล่ะ**

 

ตัวอย่างคำถามที่เจอในข้อสอบ

1. Si ces étudiants avaient fait plus d’efforts, ils ________ de meilleures notes. (มี.ค. 53)

    1. auront obtenu

    2. seront obtenus

    3. seraient obtenus

    4. auraient obtenu

ตอบข้อ 4 ข้อนี้แปลได้ว่า ถ้าพวกนักเรียนพยายามมากกว่านี้ คะแนนก็คงจะดีกว่านี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆคือนักเรียนเหล่านี้ไม่ได้พยายามเท่าที่ควร คะแนนก็เลยออกมาไม่ได้ดีมาก เป็นการแสดงความเสียดายเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วซึ่งจะตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน จึงใช้ plus-que-parfait คู่กับ conditionnel passé

ข้อ 1, 2 ตอบไม่ได้เพราะว่าเป็น temps futur antérieur ซึ่งจะแปลว่าเหตุการณ์นั้นๆยังไม่ได้เกิดขึ้น และข้อ 3 ก็ผิด เพราะจากโจทย์มี COD เป็น de meilleures notes มาให้อยู่แล้ว ดังนั้น v.obtenir จึงต้องผันเป็นรูป actif คือใช้ auxiliaire avoir ไม่ใช่ auxiliaire être

2. <<Si Paul avait moins bu, il n’aurait pas été malade ce matin.>>

    Cela veut dire que ________. (มี.ค. 53)

    1. même si Paul a trop bu, il se sent bien ce matin.

    2. même si Paul a moins bu, il est malade ce matin.

    3. Paul a moins bu et qu’il se sent bien ce matin

    4. Paul a trop bu et qu’il est malade ce matin.

ข้อนี้ก็ตอบข้อ 4 เหมือนกัน ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกับประโยคข้างบนก่อนว่าหมายถึงอะไร โจทย์ให้ประโยคมาว่า ถ้าปอลดื่มน้อยกว่านั้นเขาก็คงไม่ป่วยตอนเช้านี่หรอก เท่ากับว่าจริงๆแล้วเขาดื่มเยอะไป ตอนเช้าเลยไม่สบาย ซึ่งตรงกับตัวเลือกข้อ 4 นั่นเอง

                เหลือเวลาอีกแค่ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว น้องๆอย่าลืมทวนสิ่งที่เคยรู้มาแล้วและหาทำข้อสอบมาลองทำกันด้วยนะ ลองจับเวลาทำดูก็ได้จะได้ลองบริหารเวลาในการทำข้อสอบไปในตัว อ้อ แล้วอย่าทำแบบฝึกหัดแบบเน้นแต่ปริมาณล่ะ พอตรวจคำตอบแล้วให้พยายามทำความเข้าใจว่าทำไมถึงต้องตอบแบบนั้นด้วยจะได้ไม่ทำผิดจุดเดิมซ้ำ สู้ๆนะน้องๆ ตั้งใจทำให้เต็มที่ตอนนี้ ผลสอบออกมาหายเหนื่อยแน่นอน :)) แล้วเจอกันใหม่จ้า

 

บทความเขียนโดยพี่มุก อักษรศาสตร์

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

เคล็ดลับเพิ่มเติม คลิกอ่านได้ที่ http://www.vocabdujour.com/PAT7.1

หรือคำแนะนำจากพี่จูนที่ได้ PAT 7.1 240/300 ภายใน 5 เดือน!! http://www.vocabdujour.com/blog/njune

การเตรียมตัวและแนะนำการเรียนเอกฝรั่งเศส คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ จากพี่เป็กโก้ http://www.vocabdujour.com/blog/peggo

การเตรียมตัวสอบ PAT 7.1 ในแต่ละส่วนจากพี่นน PAT 7.1 258/300 http://www.vocabdujour.com/blog/nnon