วิธีการเตรียมตัวอ่านหนังสือของปุ๊ย กรุงเทพคริสเตียนในการทำ PAT 7.1 ได้ 240 คะแนน ภายในเวลา 5 เดือน

อัพเดตล่าสุด: 18 May 2020, 15:50

< Back

สวัสดีครับผม ชื่อปุ๊ยนะครับ ชัยวัฒน์ สินสืบผล กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยรุ่น 167  สายศิลป์-คำนวณ(แต่คำนวณไม่เก่งนะครับ ฮา) ได้รู้จักกับภาษาฝรั่งเศสผ่านการดูหนังอ่านหนังสือ แล้วรู้สึกว่าเป็นภาษาที่สวยงามและน่าสนใจดีครับ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้มีความรู้พื้นฐานอะไรติดตัวมาเลยนะ จนได้มารู้จักพี่เก้า Vocabdujour เลยลองตัดสินใจเรียนดูครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ555  IG : ppui_iupp

การเตรียมตัว

ขอเกริ่นนำซักนิดนึงนะครับ แหะ ๆ ช่วงเวลา ม.ปลาย เราได้ลองทำกิจกรรมเยอะมาก ๆ ครับ เข้าค่ายบ้าง ทำงานโรงเรียนบ้าง จนมาค้นพบตัวเองจริง ๆ อีกทีก็ใกล้จะหมด ม.6 เทอม 1 แล้วครับ แม้ว่าจะอยู่สายศิลป์-คำนวณแต่เราไม่เก่งเลขเลย ก็เลยตัดสินใจได้ว่า เอาล่ะ!จะเรียนภาษาฝรั่งเศสนี่แหละ เพราะส่วนตัวเราก็ชอบภาษาอังกฤษอยู่แล้วน่าจะพอไปด้วยกันได้555 มาเริ่มเรียนครั้งแรกก็ช่วงปิดเทอมนี่แหละครับ(ประมาณเดือนตุลาคม)ตอนนั้นเรียนทั้ง Grammaire กับ Vocabulaire และก็ต้องเรียนปรับพื้นฐานในคอร์สออนไลน์ไปด้วย (ปรับกันไม่ทันเลยทีเดียว555) ช่วงแรกค่อนข้างหนักสำหรับคนที่ไม่ค่อยเรียนพิเศษอย่างเราอยู่พอตัวเลยทีเดียว เนื่องจากเพื่อนในห้องที่พอจะมีพื้นฐานกันมาบ้างแล้ว ส่วนเรายังค่อย ๆ ทำความเข้าใจอยู่เลย เสริมนิดนึงว่า พยายามจดเก็บรายละเอียดไว้เยอะ ๆ ครับ ปากกาสีหรือไฮไลท์นี่ยิ่งมีประโยชน์เลย เพราะจะช่วยบอกได้ว่าตรงไหนสำคัญและยังช่วยจำแนกหมวดหมู่และประเภทของคำได้ด้วย อ้อ อีกอย่างนึงนะครับ สมุดโน้ตก็สำคัญไม่แพ้กันครับ นอกจากจะเอาไว้จดคำศัพท์แล้วยังสามารถใช้สรุปเนื้อหาที่พึ่งเรียนไปได้ด้วยครับ  ถือว่าได้ทบทวนไปในตัวด้วย ได้ประโยชน์ 2 ต่อ พอเริ่มตั้งตัวขึ้นมาได้ก็ต่อด้วย ตะลุยโจทย์ Pat 7.1 ทั้ง 2 ภาคเลยครับ ในคอร์สจะได้ทำและวิเคราะห์โจทย์ข้อต่อข้อเลยครับ แล้วยังได้แบบฝึกหัดข้อสอบเก่ากลับไปทำด้วยซึ่งดีมาก ๆ ครับ ยิ่งทำเยอะเราจะได้รู้แนวข้อสอบกว้างเป็นเท่าตัวเลยครับ ผิดไม่เป็นไร เก็บเกี่ยวความเข้าใจไว้ก่อนครับ

 

ในระหว่างที่เรียนพี่เก้าจะมีการจัดให้ทดลองสอบเป็นรอบ ๆ เพื่อวัดความรู้ว่าตอนนี้เราไปถึงไหนแล้ว ยอมรับว่าตัวเราเองไม่ชอบการทดสอบอะไรแบบนี้เท่าไร(รู้สึกกดดัน555) ครั้งแรกที่ได้สอบ โจทย์คำถามบางข้อแค่แปลยังยากเลยครับ แถมคะแนนเราน้อยมากอาจจะท้าย ๆ ของห้องเลยครับ ช็อกไปเลยตอนนั้น แต่พี่เก้าจะคอยให้คำแนะนำว่าเราต้องทำอย่างไรบ้าง เราอ่อนตรงจุดไหน พร้อมช่วยวิเคราะห์ให้ในแต่ละพาร์ทอย่างละเอียด ทำให้เราได้ทบทวนมากขึ้น มีเวลาทำความเข้าใจในส่วนที่ยังสงสัย และที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือช่วยลดอาการตื่นสนามสอบลงไปมากอย่างคาดไม่ถึงเลยครับ พอรู้ตัวอีกทีการสอบในครั้งถัด ๆ ไปคะแนนก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

 

วิธีการเตรียมตัวสอบในแต่ละพาร์ท

คิดว่าน่าจะถึงช่วงที่ทุกคนรอคอยกันแล้วนะครับ(หลังจากเล่าเรื่องมานาน555)ผมจะลงรายละเอียดการอ่านเป็นพาร์ท ๆ ดังนี้นะครับ

 

คำศัพท์: พาร์ทนี้จำให้ขึ้นใจเลยครับ เพราะจะมีผลต่อการทำพาร์ทอื่นด้วย ถ้าไม่รู้ความหมายก็ทำต่อไม่ได้อยู่แล้วครับ แนะนำว่าจดคำศัพท์ท่องจากหนังสือ “เก่งศัพท์ฝรั่งเศส 3,000 คำ ใน 30 วัน” ก็ได้ครับหรือการสร้างสภาพแวดล้อมก็เป็นวิธีที่ดีเช่นกันครับ(ไม่ได้หมายความว่าต้องไปเรียนที่ปารีสนะครับ555) เช่น เปลี่ยนภาษาในโทรศัพท์ก็ได้ครับ หรือดูคลิปแล้วเปิดคำบรรยายไปก็เป็นการผ่อนคลายและยังได้คำศัพท์เพิ่มไปในตัวด้วยครับ

คิดว่าถ้าขยันเปิด dictionary บ่อย ๆ ท่องศัพท์เป็นประจำ พาร์ทคำศัพท์ 15 ข้อเต็ม อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ

ไวยากรณ์และโครงสร้าง: พาร์ทนี้อาจจะดูยากสำหรับบางคน(รวมถึงผมด้วย555) แต่ถ้าเรารู้จักโครงสร้างหลักการและเงื่อนไขในการใช้ได้เราสามารถรู้คำตอบตั้งแต่ยังไม่เห็นตัวเลือกเลยครับ อาศัยการฝึกทำบ่อย ๆ แล้วจะคล่องเองครับ

สำนวน+วัฒนธรรมฝรั่งเศสและฝรั่งเศสปัจจุบัน: พาร์ทนี้อาศัยท่องจำครับ ไม่ยากเกินไป ว่าด้วยเรื่องของสำนวนให้เชื่อมโยงความคิดเอาว่ามันสื่อถึงอะไร สำนวนไหนที่ความหมายตรงกันข้าม ส่วนวัฒนธรรมก็เหมือนเล่นเกมจับคู่เลยครับ อย่าลืมอัพเดทข่าวสารกันด้วยนะครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างมีออกสอบแน่นอน เสริมว่าใช้ post-it เขียนแปะไว้ก็ดีทีเดียวครับจะได้ผ่านตาบ่อย ๆ

การอ่านออกเสียง: ไม่ยากอีกแล้วครับ เวลาทำโจทย์ก็ฝึกออกเสียงไปด้วย จำคำยกเว้นดี ๆ ตัวนี้เชื่อมเสียงมั้ย พยัญชนะไหนออกเสียงแบบไหน

ความสามารถในการอ่าน: ผลบุญจากการท่องศัพท์บ่อย ๆ จะปรากฏให้เห็นในพาร์ทนี้แหละครับ555 นอกเหนือจากนั้นพยายามอ่านคำถามก่อนว่าเค้าต้องการถามอะไร หาประเด็นหลักให้เจอเพราะคำตอบจะอยู่ในบทความอยู่แล้วครับ

ความสามารถในการสื่อสาร: พาร์ทนี้เป็นพาร์ทให้คะแนนได้ดี ส่วนใหญ่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน และทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว แปลได้ก็ถือว่าผ่านแล้วครับ

ทักษะการเขียน: จำคำเชื่อมดี ๆ ครับ ระวังสับสน ดูว่ารูปแบบการใช้ต้องใช้ในกรณีไหน ลองวิเคราะห์จากโจทย์ก็ได้ครับ ถ้ายังไม่แน่ใจลองแปลดูว่ามันใช่รึเปล่า

 

ปุ๊ยรับมือกับความกดดันอย่างไร

ด้วยการที่เราเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น ๆ ไม่มีพื้นฐานมาก่อน โรงเรียนเราก็ไม่ได้มี ศิลป์-ฝรั่งเศส  ด้วย จึงไม่รู้จะไปพูดกับใคร เวลาลองสอบเราก็มักจะได้คะแนนน้อยกว่าใครเพื่อน ก็จะมีความกดดันที่ว่าเราเรียนแค่ 5 เดือน จะไปเทียบอะไรกับคนที่เรียนมาเป็นปีได้ แต่อยากให้ลองคิดใหม่นะครับ ถ้าเรารู้ตัวว่าเราเริ่มช้าแล้ว เราก็แค่ฝึกต่อไป ตื่นตัวให้มากขึ้น ถ้าเราเอาแต่คิดว่าทำไม่ได้มันไม่ดีหรอกครับ ลองทำไปก่อน เชื่อว่าความพยายามจะไม่ทรยศเราแน่นอนครับ

 

ปุ๊ยมีอะไรจะฝากถึงน้อง ๆ ไหม

ขอบคุณพี่เก้าที่ให้โอกาสให้ผมได้มาแบ่งปันประสบการณ์นะครับ ถึงน้องทุกคน หวังว่าคำแนะนำเหล่านี้ที่พี่เขียนมาจะมีประโยชน์ต่อน้อง ๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ คิดว่าขนาดพี่ที่ไม่มีพื้นฐานอะไรติดตัวมาเลยแถมเรียนแค่  5 เดือนยังสามารถทำได้ 240/300 พี่เชื่ออย่างสุดใจว่าถ้าน้องขยัน  พยายาม  แบ่งเวลาดี ๆ น้องจะได้คะแนนมากกว่าพี่เป็นเท่าตัวแน่นอนครับ น้อง ๆคนไหนที่ค้นพบตัวเองแล้วพี่ยินดีด้วยนะครับส่วนคนที่ยังไม่เจอหรือกลัวที่จะเริ่ม อย่าไปกลัวเลยครับ “ไม่มีตอนไหนจะดีไปกว่าตอนนี้แล้ว” จริงไหมครับ