วิธีการเตรียมตัวสอบ PAT 7.1 ให้ได้คะแนน 300/300 ของพี่เปปเปอร์ เตรียมอุดมศึกษา

อัพเดตล่าสุด: 4 Apr 2020, 21:34

< Back

วันนี้พี่เก้าขอนำเสนอเทคนิคของเปปเปอร์ (thepepsperz) ณภัทร คุณวัฒน์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในการทำ PAT 7.1 ปี 2563 ให้ได้คะแนน 300/300 ขอให้เปปเปอร์เขียนเรียงทีละพาร์ทเลยนะครับ

 

เปปเปอร์ : ข้อสอบมีอยู่หลายพาร์ทด้วยกัน แต่ละพาร์ทก็ต้องมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป

1. พาร์ทคำศัพท์-สำนวน

พาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่ต้องใช้แรงกายแรงใจเยอะพอสมควรเลยครับ เพราะศัพท์เป็นอะไรที่กว้างมาก ๆ ข้อสอบเดี๋ยวนี้ ครึ่งหนึ่งจะเป็นศัพท์หมวด ส่วนมากจะเป็นพวกอาชีพ ธรรมชาติ ลักษณะนิสัยคน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องจดศัพท์เป็นหมวดหมู่ จะจดลงในไหน ตกแต่งอย่างไรก็เอาที่ชอบเลยครับ ส่วนตัวจดลงสมุดและก็ตกแต่งนิด ๆ หน่อย ๆ ให้น่าอ่านครับ ว่าง ๆ ก็หยิบขึ้นมาอ่าน ไม่ควรมาเร่ง ๆ อ่านตอนใกล้สอบนะครับ เพราะมันจะตีกันหมด ส่วนศัพท์อีกครึ่งหนึ่งจะมีลักษณะคล้าย ๆ ข้อสอบภาษาอังกฤษ คือเติมคำให้เหมาะสมตามบริบท ซึ่งอันนี้จะค่อนข้างกว้าง แนะนำให้อ่านข่าว อ่าน texte ภาษาฝรั่งเศสสั้น ๆ บ่อย ๆ ครับ ลองกดถูกใจพวกเพจข่าวฝรั่งเศส หรือง่ายที่สุดคือแพสเสจรีดดิ้งในข้อสอบเก่า ๆ เนี่ยแหละครับ ตรงไหนไม่รู้ก็ขีดไว้ ช่วยได้ทั้งคำศัพท์และรีดดิ้งเลย ส่วนสำนวน อันนี้กว้างสุด ๆ และส่วนมากจะเป็นสำนวนที่เราไม่เคยเจอมาก่อน แต่ไม่ต้องตกใจครับ อาศัยบริบทและลองแปลทีละช้อยส์ ช้อยส์ไหนเหมาะสมสุดก็ตอบอันนั้นเลยครับ

 

2. แกรมม่าร์ + การเขียน  

อันนี้คงเป็นไม้เบื่อไม้เมาสำหรับใครหลายคน เข้าใจครับเพราะแกรมม่าร์ฝรั่งเศสค่อนข้างซับซ้อน แต่ถ้าเข้าใจหลักการปึ๊ป มันจะเก็ตทันที มองทุกอย่างทะลุเลยครับ เรื่องที่ออกเดี๋ยวนี้จะเป็นเรื่องพื้นฐานครับ temps conditionnel pronom ต่าง ๆ gérondif participe คำเชื่อมและก็พวกเรื่องการเปรียบเทียบ พวกนี้ควรทบทวนให้แม่น เพราะออกบ่อยและเยอะมากกกกกกกครับ ส่วนวิธีการทวนคือ เวลาเราเรียนแกรมม่าร์เรื่องหนึ่ง ให้เราลองแต่งประโยคที่สอดคล้องกับแกรมมาร์เรื่องนั้น เช่น เรียนเรื่อง accord ก็แต่งประโยคที่มี accord ไปครับ ใส่ชื่อตัวละครเป็นชื่อเพื่อน ชื่อคนที่รู้จัก แล้วเอาไปแต่งประโยคให้เราจำได้ หลังจากนั้นเราจะจำมันได้ขึ้นใจเลยครับ ถ้าไปต่อไหวก็ลองแต่งประโยค 2 3 4 ดู จะได้เห็นหน้าที่การใช้แกรมม่าร์ตัวนี้ในหลายมุม สุดท้ายเราก็จะเข้าใจภาพรวมของแกรมม่าร์เรื่องนั้น ๆ ครับ อีกอย่างหนึ่งที่จำเป็นและต้องท่องจำก็คือ โครงสร้าง verbe ลองฝึกแต่งประโยคและใช้บ่อย ๆ ครับ ใครมีงานเขียนภาษาฝรั่งเศสที่โรงเรียนลองเอาโครงสร้างพวกนี้ไปเขียน เขียนไปด้วยทวนไปด้วยจะได้จำได้ครับ แต่ถ้าใครเหลือเวลาน้อยแล้ว ให้เน้นทำโจทย์และจับconcept ทีละข้อไป ครับ เพราะโจทย์จะคล้ายเดิม ออกวนอยู่อย่างนั้นครับ ส่วนการเขียนหรือ la production écrite จะเหมือนพาร์ทแกรมมาร์เลย แต่วัดความเป็นเหตุเป็นผลด้วย ถ้าแปลออกและมี sense ความเป็นเหตุเป็นผลก็สบายเลยครับ

 

3. วัฒนธรรม

อันนี้ต้องมีความรู้รอบตัวพอสมควรครับ แต่ความรู้ส่วนใหญ่ที่เอามาออกมักอยู่ในบทเรียนอยู่แล้ว เช่นปีพี่ออกเรื่องเทศกาล Pâques อาจจะมีนอกบทเรียนบ้าง เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ชื่อเมืองต่าง ๆ แต่โชคดีที่โรงเรียนของผมมีงานให้ค้นคว้าและนำเสนอเกี่ยวกับแคว้นต่าง ๆ ในฝรั่งเศส เลยได้ความรู้เรื่องเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวไปโดยปริยายครับ บางทีเราท่องไปมันก็ไม่ออกสอบ แต่ไม่ต้องเสียดายครับ วันหนึ่งเราได้ไปฝรั่งเศสเราเอาข้อมูลตรงนี้มาเป็นไกด์พาเที่ยวได้เลย คูล ๆ ครับ

 

4. ออกเสียง

อันนี้เน้นทักษะฟังครับ ลองฟัง track ฝรั่งเศสบ่อยๆ track a1-a2 ที่มีซับเนี่ยแหละครับจะได้ฟังออกแปลออก ลองฟังแล้วพูดตามดูครับ พูดให้เหมือนที่สุด แล้วลองสังเกตการออกเสียง ทำบ่อยๆมันจะชินเองครับ หรือง่ายๆเลยก็ฟังเสียงคุณครูเนี่ยแหละครับ เรียนทุกวันฟังทุกวันมันจะชินเอง ยิ่งเดี๋ยวนี้ข้อสอบชอบถามเรื่อง liaison หรือการเชื่อมเสียง ถ้าใครฟังบ่อยๆก็สบายเลยครับ เพราะภาษานี้เป็นภาษาที่เชื่อมเสียงอยู่บ่อยๆ

 

5. รีดดิ้ง

ลองอ่าน texte บ่อย ๆ ในหนังสือเรียน โจทย์เก่า หรือตามเพจข่าวฝรั่งเศสก็ได้ครับ le monde จะยากหน่อย ข่าวง่าย ๆ ก็ 1 jour 1 actu ครับ ฝึกไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ศัพท์คำไหนก็จด สักพักเราจะรู้สึกอ่านได้เร็วขึ้นเองครับ วิธีลัดในการทำข้อสอบก็คืออ่านคำถาม และตัวเลือกคร่าว ๆ ก่อน แล้วค่อยไปหาคำตอบใน texte ครับ อย่าลืมดูตัวเลือกทุกข้อนะครับ เพราะบางทีมันชอบหลอก

 

6. สนทนา

อันนี้เป็นพาร์ทเก็บคะแนนเลยครับ แนะนำให้ทำโจทย์บ่อยๆ แม้จะคนละสถานการณ์กัน แต่สำนวน บริบทต่างๆมันจะออกวนๆอะครับ เลขาคุยกับบอส แขกคุยกับ réceptionniste ลูกค้าคุยกับคนขาย คนในครอบครัวคุยกันเอง ถ้าทำโจทย์บ่อยๆและจับคอนเซปท์ได้ มีsenseนิดนึง เก็บเต็มไปเลยครับบบ

 

พี่เก้า : เปปเปอร์รับมือกับความกดดันอย่างไร

เปปเปอร์ : ต้องทำความเข้าใจครับว่า ความกดดันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แทนที่จะรู้สึกเหนื่อยหรือท้อกับแรงกดดันนั้น ให้ใช้มันเป็นพลังครับ คราวนี้เราจะไปได้ไกลเลย อย่าไปคิดว่า เครียดโว้ยยยย พอดีกว่า ไม่เอาแล้ว แต่ให้นึกถึงเราตอนประสบความสำเร็จ ทุกคนหันมายินดีกับเรา แล้วเรามองย้อนกลับมาว่า เออ ความกดดันพวกนี้แหละทำให้เราเป็นอย่างที่เราหวังไว้ วิธีนี้ช่วยเปลี่ยนความกดดันเป็นพลังที่ดีมากครับ นี่คือวิธีของผม คนอื่นอาจจะมีวิธี handle ตรงนี้ที่ต่างกันออกไป ลองสำรวจตัวเองดูนะครับ เวลาเจอความกดดันจะได้ตั้งตัวทัน

 

พี่เก้า : เปปเปอร์อยากบอกอะไรกับน้อง ๆ ไหม

เปปเปอร์ : อยากให้น้อง ๆ รู้จักแบ่งเวลาครับ เรามีภารกิจหลายอย่างในแต่ละวัน อย่างพี่ก็ทำงาน ทำกิจกรรมในโรงเรียนอยู่บ้าง การบ้านก็เยอะพอสมควร สอบก็ต้องสอบ เพื่อนก็อยากเที่ยวสยามหลังเลิกเรียนด้วย แต่น้องไม่จำเป็นต้องละทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพียงจัดเวลาเป็น และมีวินัย น้องจะทำทุกอย่างได้สมใจอยากในวันเดียว และจะรู้สึก productive มากครับ อย่างที่สองคือ ให้ตั้งใจเรียน เก็บเกี่ยวความรู้ให้ดีที่สุด เรื่องไหนรู้แล้วก็ทบทวนอีกให้ขึ้นใจเลย มีอะไรสงสัยถามอาจารย์ ถ้าไม่กล้าก็ถามเพื่อนก็ได้ครับ ว่าง ๆ ก็ติวกับเพื่อนเล่น ๆ เป็นการทวนไปในตัวครับ

อย่างสุดท้ายครับ คือใจ ถ้าน้องมีใจที่ตั้งมั่น แน่วแน่ และรักที่จะทำ ความสำเร็จจะไม่ไกลเกินเอื้อมแน่ ๆ ครับ à cœur vaillant, rien d’impossible ถ้าใจเราพยายาม ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ครับ

สู้ ๆ นะ พี่อยู่ตรงนี้ดูความสำเร็จของน้อง ๆ ทุกคน♥️

 

laughช่วงเม้าท์มอยน้องเปปเปอร์ by พี่เก้าlaugh

*น้องเปปเปอร์เคยเรียนคอร์สคำศัพท์จำเป็น (Vocabulaire Essentiel) รอบตุลาคม/61 คอร์สตะลุยโจทย์ PAT 7.1 ภาค 1 และภาค 2/62 และน้องเปปเปอร์ตั้งใจเรียนตลอดทุกคาบ ไม่มาคาบไหนก็จะตามตลอด แม้ว่าบางเรื่องเปปเปอร์อาจรู้อยู่แล้ว แต่ที่สังเกตคือเปปเปอร์ก็จดตลอดไม่พลาดสักเม็ด การเก็บครบทุกเม็ดแบบนี้แหละครับที่ทำให้เปปเปอร์ไม่พลาดคะแนนเต็มแบบนี้ และจากการที่พี่ให้น้อง ๆ ทุกคนลองทำข้อสอบจำลองก่อนลงสนามจริง พี่สังเกตว่าในกระดาษคำถามของเปปเปอร์จะมีการขีดเขียนเต็มไปหมดโดยเฉพาะบทอ่าน พอเปิดไปดูก็จะเป็นการขีดประโยคที่สนับสนุนการตอบหรือไม่ตอบตัวเลือก a, b, c, d  อยู่ตลอด 

ส่วนรูปด้านล่างก็คือเวลามีทดสอบในคลาสทีไร เปปเปอร์นี่แหละก็จะคว้าชัยตลอดครับ แสดงถึงความฟิตและทบทวนตลอดเวลา